Fic No.6 Nezumi-Sion
posted on 25 Oct 2011 19:59 by leoonsama in Fan-Fictionน้ำมา คนพยายามอย่าเครียดไปกับน้ำ
อ่านฟิคให้ชุ่มปอดดีกว่า
เพิ่งมีโอกาสได้ดูอนิเมเรื่องนี้ เนื่องจากว่าไปเห็นกระทู้ อันดับตัวละครยอดนิยมประจำเดือน เห็นเนซึมิติดอันดับแล้วทำให้อยากดูขึ้นมาทันที
เนซึมิเป็นหนูที่หล่อมากกกกกกกก
เราไม่ชอบหนูเท่าไหร่ เพราะมันชอบวิ่งตัดหน้าเรามืดๆ
แต่ถ้ามีหนูหล่อๆอย่างเนซึนวิ่งตัดหน้า เราคงโยนชิองใส่ 555+
เชิฯอ่านได้เลยคับพ้ม แต่ขอบอกว่าฟิคนี้สีม่วงนะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
No.6 - 4ปีที่รอคอย
“นายจะไม่เป็นไร”
น้ำเสียงเข้มแข็งเปล่งคำพูดอันอ่อนโยน...
รอยยิ้มที่แลดูเศร้าส่งมอบความกล้าอันอบอุ่น...
ริมฝีปากที่ทาบทับ...ราวปรารถนาเวลา...ให้เป็นนิรันดร์
ยามนั้นชิองกอดกระชับทารกในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ประกายตาสีแดงราวกับอัญมณีคู่เอกแสดงเจตจำนงมั่น ขณะที่สองขาก้าวไปข้างหน้า เขาไม่ได้หันกลับหลังแม้แต่น้อย ในจุดที่ลึกที่สุดของหัวใจรู้ดี
หากหันกลับไป เขาจะต้องโยนปณิธานของตัวเองทิ้ง แล้วไล่ตามเจ้าของดวงตาสีเงินที่เขาหลงใหลไปจนสุดแผ่นดิน
นับจากตอนนั้น...เวลา...ก็ผ่านไปนานถึง4ปี
“ชิอง ลองชิมนี่หน่อยสิลูก”
เสียงเรียกของมารดามาพร้อมกลิ่นหอมของขนมปังที่อบใหม่ ชายหนุ่มผมขาวผู้มีดวงตาสีแดงเข้ากับรอยยิ้มอันอ่อนโยนหยุดเดิน เขายิ้มกว้างหลังส่งขนมปังสูตรใหม่ของคุณแม่เข้าปาก
“หอม อร่อยมากครับ และก็หวานกำลังดีเลย”
“ดีล่ะ แม่เอาเจ้านี่เป็นสินค้าพิเศษประจำเดือนหน้าดีกว่า อะ ลูกกำลังจะออกไปทำงานใช่มั้ย ไปดีมาดีนะ”
“ไปนะครับคุณแม่”
ชิองที่เติบโตจากเด็กหนุ่มเป็นชายหนุ่มเต็มตัวส่งยิ้มให้มารดา ก่อนก้าวออกจากบ้านที่เปลี่ยนชั้นล่างเป็นร้านเบเกอร์รี่ 4ปีมาแล้ว พวกเขาย้ายมาอยู่บ้านที่ใหญ่กว่าเดิม แม้จะไม่หรูหราเท่าตอนเขาได้สิทธิพิเศษจากนัมเบอร์6 แต่ก็อบอุ่นและดีกว่ามาก
ชายหนุ่มแหงนมองท้องฟ้า ลมเย็นสบายพัดผ่านผิวหน้า
...เมือง...
กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี ความแตกต่างระหว่างชนชั้นลดน้อยลง ผู้คนที่เดินสวนไปมายากจะแยกออกว่าใครที่เคยอยู่ในนัมเบอร์6หรือใครที่เคยอยู่ในบล็อกตะวันตก แม้จะมีคนที่เคยชินและไม่ยอมย้ายเข้ามาในเมืองอย่าง อินุคาชิ ก็ตาม
“เดี๋ยวเลิกงานแล้ว แวะไปเยี่ยมอินุคาชิดีกว่า”
เขาตั้งกำหนดการกับตัวเอง และก้าวไปข้างหน้า ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี แต่บางครั้ง...
ภายในจิตใจเขาก็รู้สึกได้ถึงหลุมลึกที่เติมไม่เต็ม...
4ปีที่แล้ว หลังจากคุณแม่กอดเขาและร่ำไห้จนสงบลง ก็เอ่ยชื่อคนๆหนึ่ง
“แล้ว ‘คุณเนซึมิ’ ล่ะ แม่อยากจะขอบคุณเขาที่ช่วยลูก’
ชิองแน่ใจว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ยินชื่อนั้น เขาไม่มีคำตอบให้คำถามของคุณแม่ คนรู้จักกันอย่างอินุคาชิหรือคุณริคิกะก็เลือกจะเลี่ยงไม่เอ่ยถึง ปฏิบัติราวกับเจ้าของชื่อนั้นเป็นของต้องห้ามสำหรับชิอง
ชิองส่ายหน้า สลัดสาเหตุของหลุมลึกที่หัวใจรู้ดีออกจากสมอง ไม่ว่าอย่างไรมันก็ผ่านไปถึง4ปี โดยที่ไม่มีคนๆนั้นเข้ามาในชีวิตเขา
“เอ๋ ไต้ฝุ่นจะเข้าเร็วกว่าที่คาดการณ์หรือครับ”
ชิองเปรยเรียบๆ ปล่อยให้เสียงประกาศข่าวด่วนผ่านเข้ามาในสมอง มิน่าล่ะตอนขากลับเขาถึงว่าลมพัดแรง และเขาก็กลับถึงบ้านทันก่อนฝนตกเฉียดฉิว ทีแรกเขานึกว่าฝนตกธรรมดา แต่ถ้าเป็นไต้ฝุ่น ฝนคงตกต่อเนื่องอีกยาว
เขาไม่ชอบไต้ฝุ่น เขาเกลียด...คืนพายุพัดที่ต้องอยู่ลำพัง
ชิองเบ้หน้า สายฝนยังคงซัดสาดใส่บ้านหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมที่ร้องกู่ก้องหวนให้เขานึกถึงวันนั้นเมื่อ8ปีก่อน วันที่เขาเปิดประตูระเบียงออกไป วันที่เขาได้พบกับ....
ชิองกัดริมฝีปากแน่น อารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมผลักให้เขาทำเช่นเดียวกับวันนั้น เปิดประตูกระจกออกไป ปล่อยให้ทั้งสายฝนและสายลมสาดซัด ให้เสียงคำรามของพายุกลบสียงกู่ร้องในจิตใจ ให้หยาดฝนชะล้างน้ำตาที่พร่างพรู
หลุมลึกในจิตใจไม่ต่างอะไรกับการระเบิดของภูเขาไฟ เค้าอารมณ์ที่เก็บซ่อนมาตลอด4ปีถูกตะโกนออกไปด้วยคำๆเดียว
“เนซึมิ!!!”
ชิองเปล่งเสียงตะโกน มือที่กำขอบระเบียงสั่นระริก เขาหลับตาแน่น และแหกปากร้องราวกับว่าชีวิตนี้จะอยู่ไม่ได้ หากไม่ได้เจอคนๆนั้น หัวใจนี้คงแตกสลาย ถูกทำลายเป็นผุยผงอย่างไม่อาจฟื้นคืน
เขาไม่เคยรู้เลยว่าในตัวมีความรู้สึกรุนแรงเช่นนี้ซุกซ่อนอยู่
ขาดไม่ได้...อยากเจอ...อยากเจอเหลือเกิน...
“เนซึมิ เนซึมิ เนซึมิ”
ชิองทรุดลงนั่งกับพื้นทั้งที่สองมือยังคงกำราวระเบียงไว้แน่น เขาเปล่งเสียงเรียกชื่อที่พยายามไม่นึกถึงตลอด4ปีซ้ำๆ
“เนซึมิ...เน...ซึ...มิ...”
เขาเคยคิด ในคืนที่ความเหงาถาโถมทำร้ายจิตใจ เขาเคยคิด นับจากวันที่พบกันครั้งแรก เนซึมิได้หายตัวไปเมื่อฟ้าสาง และมาหาเขาอีกครั้งหลังจากผ่านไป 4 ปี ตอนนี้ก็เหมือนกัน หลังจากแยกจากกันครานั้น เขาก็คิด ตั้งความหวังกับตัวเอง ว่า 4 ปีต่อมา เนซึมิจะกลับมาหาเขาอีก
แต่ว่า... แต่เขาก็ไม่มา
...นายลืมผมไปแล้วจริงๆหรือ...
หลังจากร่ำไห้จนพอใจ ชิองก็ใช้แขนเสื้อชุ่มน้ำฝนเช็ดใบหน้าที่เปียกไม่แพ้กัน ก่อนบิดยิ้มเยาะหัวเราะขำตัวเอง ถ้านายเห็นสภาพผมตอนนี้จะหัวเราะและพูดว่าผมมั้ยนะ ชิองยกยิ้มหยันที่มุมปาก ลุกขึ้นยืนหมุนตัวจะกลับเข้าห้อง
ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดนิ่ง...
“นายนี่...ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”
ผู้ที่ยืนพิงกำแพง ส่งรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ที่ดูอันตรายและงดงามในเวลาเดียวกัน คือคนที่ทำให้กาลเวลาหยุดเดิน เจ้าของดวงตาสีเงินและเรือนผมยาวสีน้ำเงินที่รวบไว้ จ้องมองชายหนุ่มที่ตัวดูโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่นิสัยที่ออกไปแหกปากกลางพายุ...จะว่าไม่พัฒนาก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก
เนซึมิยกยิ้มมุมปาก เสียงร้องตะโกนฝ่าพายุของชิองในครั้งนี้ เขาได้ยินชัดเต็มสองหู เปลี่ยนความรู้สึกหนาวเพราะฝนให้เหมือนกับหัวใจและร่างกายกำลังถูกดวงตะวันโอบกอดอย่างอ่อนโยน
“เน...ซึมิ...”
ชิองยังคงยืนนิ่ง เสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากยังเบาบางจนแทบมลายไปกับสายลม กระทั่งกระพริบตาเขายังไม่กล้า กลัวว่าภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นแค่ภาพลวงตาที่เกิดจากความคิดถึงที่มากล้น
“เนซึมิ”
เขาเปล่งเสียงเรียกอีกครั้งราวจะยืนยัน หากคนที่เขาเฝ้าคำนึงหาต้องหายไปเพราะเป็นแค่มายาเขาคงทนไม่ได้
“เอ้าๆ จะยืนบื้อแช่น้ำฝนอีกนานมั้ย”
ร่างสูงเอ่ยเสียงกระด้าง ก่อนหมุนตัวถือวิสาสะเข้าไปในห้องอีกฝ่ายตามใจชอบ เนซึมิถอดเสื้อโค้ตชุ่มน้ำฝนทิ้งกับพื้น แล้วล้มตัวลงนอนแผ่หลาหลับตานิ่งบนเตียงชิอง ถึงจะบอกว่าหลับตา แต่หูฉับไวเหมือนหูจิ้งจอกก็คอยเงี่ยหูฟังการกระทำของคุณชายซื่อบื้อที่ทำตาโตเหมือนปลาทองตอนเห็นหน้าเขา
เนซึมิแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่ จึงเปลี่ยนเป็นเอ่ยปากพูดทั้งที่ยังหลับตา
“ปิดประตูแล้วเข้ามาซักทีสิ”
หลังจากออกคำสั่งกับเจ้าของห้อง ร่างสูงได้ยินเสียงบานประตูเลื่อนปิด และเสียงฝีเท้าเปียกน้ำก้าวมาประชิด เนซึมิแอบปรือตาขึ้นให้พอมองเห็นร่างเปียกปอนที่ไม่เคยลืมเลือน ริมฝีปากที่เริ่มซีดเพราะความหนาวขยับเป็นชื่อเขา
“เนซึมิ...อะ!!!”
ชิองที่เข้ามายืนข้างเตียงจู่ๆก็ถูกมือแกร่งออกแรงดึงเข้าหาตัว ชิองที่ไม่ระวังอยู่แล้วจะแทบจะล้มทับอีกฝ่ายเต็มๆ พอคิดว่าเนซึมิคงเจ็บชิองจึงพยายามจะดันตัวขึ้น แต่ก็ถูกอ้อมแขนของฝ่ายนั้นกอดไว้แน่น
“นายยังคิดว่าฉันเป็นภาพลวงตาอีกหรือเปล่า”
เนซึมิถามราวอ่านใจได้ เขาเลื่อนมือมาลูบเส้นผมละเอียดสีขาวชื้นน้ำฝน ก่อนไล้ไปตามใบหน้าอย่างแผ่วเบา เนซึมิใช้นิ้วโป้งเคล้นคลึงรอยแดงที่พาดผ่านแก้มเนียนอย่างคะนึงหา
“ชิอง!!!”
ร่างสูงเปล่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นครั้งแรก
“ชิอง ฉัน...”
ริมฝีปากถูกประกบปิด ดวงตาสีเงินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนหลับตารับรู้ความรู้สึกที่แสนโหยหา รสสัมผัสอันเคลิบเคลิ้มที่เฝ้ารอมาตลอด 4 ปี เนิ่นนานก่อนที่ริมฝีปากทั้งคู่จะแยกจากกัน
ดวงตาสีเงินและสีแดงสอดประสานจ้องมองซึ่งกันและกันอยู่เงียบๆ ส่งผ่านความรู้สึกที่อัดแน่นในหัวใจ โดยไม่จำเป็นต้องสื่อสารด้วยคำพูด
เนซึมิเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน
“จูบ...ต้อนรับการกลับมาหรือไง”
“เปล่า”
ชิองเผยยิ้ม ยันตัวขึ้นนั่ง เค้าอารมณ์ภายในสงบลงอย่างน่าประหลาด ด้วยรู้สึกว่า...
“จูบราตรีสวัสดิ์น่ะ”
...นี่ล่ะคือตอนจบที่แท้จริง...
THE END
แถมท้าย
“เนซึมิ พรุ่งนี้ ผมรอจูบอรุณสวัสดิ์จากนายอยู่นะ ถ้าคราวนี้หนีไปอีก ผมจะไล่ตามนายให้สุดหล้าเลย”
“เฮ้ ชิอง นายจะให้ฉันแนะนำตัวกับแม่นายว่ายังไง”
“ต๊าย ไม่ต้องแนะนำหรอกจ้ะ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ลูกเขยของแม่”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้ที่บ้านเรากำลังลุ้นอยู่ว่าน้ำจะท่วมหรือเปล่า แต่อีกฟากของสี่แยกน่ะท่วมไปแล้ว
สามวันก่อนหน้านี้ เราก็ออกแรงช่วยก่อกำแพงกั้นน้ำ ซะจนอาการโลหิตจางกำเริบ
(เป็นอาการที่ตั้งขึ้นเอง จากการหมดแรงกระดุกกระดิกไม่ได้ แต่สติยังแจ่มชัด พอไปดูลูกตา ปรากฏว่าซีดไม่มีเลือดเลย)
แถมบ้านญาติเราน้ำท่วมเลยเอาหมาตัวบักเอ้กมาฝากไว้ตั้ง 3 ตัว ดีกว่าบ้านเรามีกรงสารพัดนึก ฮะๆ เดิมทีก็มีไว้ขังหมานี่ล่ะ ต่อมาพัฒนาเป็นกรงนก แล้วตามด้วยกรงเก็บของ และกลายเป็นกรงหมาอีกครั้ง
แต่หมาบ้านเราเอง มันไม่ยอมเข้ากรงสักตัว เห็นกรงขยาดหมด ตัวที่ญาติเอามาฝากมีตัวนึงบอก เข้ากรงมันก็โดดเข้าไปเลย สุดยอดจริงๆ
เฮ้อออออ สาธุ ได้โปรดเถอะ ขออย่าให้น้ำท่วมเลย
แล้วพบกัน เอนทรี่ย์ต่อไปนะขอรับ ขออย่าให้ครั้งหน้า เราต้องเอาเรื่องน้ำท่วมมาบ่นเลย