2011และแล้วก็ผ่านไป welcome to 2012

posted on 31 Dec 2011 21:11 by leoonsama  in ETC
สำหรับปีนี้  นับว่าเราอัพบล็อกน้อย...หรืออยู่ในยุคอิ่มตัว  หึหึ
 
ตอนที่อัพบล็อกเรากำลังดูเชอร์ล็อค โฮมส์ภาค1  หลังจากเมื่อวานไปดูภาค2 
 
ตอนนี้บอกได้สั้นว่า สองคนนี้ก็ยังกุ๊กกิ๊กให้ชาวรักสีม่วงอมยิ้มไม่หุบอยู่ดี
 
 
 
เราดูเรื่องนี้  แล้วก็คิดได้   แม้แต่อัจฉริยะก็ไม่ชนะความโดดเดี่ยว
 
 
 
 
 
 
วันนี้วันสิ้นปี  เราตื่นมาพบว่าตัวเองเจ็บคอ  ดีเลิศมาก  เหอๆ
 
 
 
และเรากำลังเขียนนิยายสองเล่มพร้อมกัน  ต้องเสร็จภายในกุมภาปีหน้า  เฮ้ออออ
 
ไม่รู้เหล่านักเขียนมืออาชีพจะเคยประสบปัญหา....  ลืมวิธีเขียนนิยาย อย่างเราบ้างมั้ย
 
ถ้าหากเขียน พันธกิจลิขิตเทวมารเล่มสุดท้ายจบแล้ว  เราจะเขียนรีวิวกับประสบการณ์เขียนซีรี่ย์ครั้งแรก
 
 
 
หากให้นึกย้อนความทรงจำของปี   ก็คงมีแต่เรื่องน้ำท่วม  ทุกอย่างเริ่มต้นหลังจากผ่านวันเกิดเราไปไม่นาน...
 
เอนทรี่ย์ก่อนหน้านี้  เราเขียนฟิค No.6  นั่นเป็นช่วงก่อนที่บ้านเราจะน้ำท่วม
 
เราหวัง เราอธิษฐาน  ขอให้น้ำไม่ท่วม  พอน้ำท่วม  ก็ขอให้ท่วมไม่เยอะ   เฝ้าขอร้อง  ทุกวันๆ  ทุกชั่วโมงๆ  ให้น้ำหยุดแค่นี้   แล้วผลล่ะ...  ตรงข้ามกับที่ขอไปทั้งหมดเลย
 
 
 
ตอนนั้นนับเป็นช่วงสิ้นหวังของเราจริงๆ   
 
ครั้งหนึ่ง  ก่อนที่เราจะปลงสิ้น   เราโทรไปหา  'ความรักที่เราไม่สามารถลืมได้'  ซึ่งผลของการโทร  ก็คล้ายจะยิ่งตอกย้ำว่าเราสมควรลืม  และคงความสัมพันธ์แบบคนรู้จักเอาไว้
 
 
 
น้ำท่วมทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนหลายอย่าง   เราลำบาก  เราทุกข์ใจ  เห็นคนสองคนที่เรารักยิ่งกว่าตัวเองทุกข์    เรายิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องเข้มแข็ง
 
แต่ก็ใช่ว่าไม่มีเรื่องดี   เราไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวมานานแล้ว   และจากเหตุการณ์น้ำท่วม.....
 
จานข้าวหนึ่งจาน  ร่วมกันกิน4คน   ก็สมควรเรียกว่าความสุขล่ะนะ
 
 
 
 
 
ตอนนนี้เรากำลังติดการ์ตูนเรื่องนึง  มังกรน้อยแสนซน อลวนจอมเวทย์  เป็นการ์ตูนที่อ่านแล้วทำให้นึกรักเด็กขึ้นมาเลย  
(แต่ก็ยังแอบจิ้นวาย นาต้า-มาเชล  เหอๆคนเราน้าคนเรา)
 
อ่านแล้วก็คิดได้...  เราอยากเป็นฝ่ายถูกเลี้ยง  มากกว่าต้องไปเลี้ยงคนอื่น  555+
 
 
 
 
 
 
แปลกดี  ที่พอถึงพรุ่งนี้  คนก็เรียกว่าขึ้นปีใหม่  ทั้งที่ความจริงมันก็เป็นวันพรุ่งนี้   แค่วันพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง
 
 
 
ตั้งแต่ปีหน้า   ชีวิตเราคงเจออุปสรรค  ความลำบากใจ  เรื่องที่หงุดหงิด  เรื่องที่โกรธ  เรื่องที่โมโห
 
 
แต่ก็ต้องมีเรื่องที่มีความสุข  ช่วงเวลาที่ได้หัวเราะ  ช่วงเวลาที่หัวใจอบอุ่น   เรายังจะได้ยิ้ม  ได้ยิ้มออกมาจากใจอีกแน่
 
 
ฉะนั้น  เราจะขอพูดตามธรรมเนียม  ในอีกสองชั่วโมงเศษๆข้างหน้า
 
 
 
 
สวัสดีปีใหม่  ทุกคนที่เข้ามา ขอบคุณเว็บมาสเตอร์ที่มอบพื้นที่ส่วนตัวนี้ให้
 
ในปี2012และปีต่อๆไป  บล็อกนี้  และเจ้าของบล็อกขอฝากตัวด้วย
 
 
 
 

Fic No.6 Nezumi-Sion

posted on 25 Oct 2011 19:59 by leoonsama  in Fan-Fiction

น้ำมา  คนพยายามอย่าเครียดไปกับน้ำ

อ่านฟิคให้ชุ่มปอดดีกว่า

 

เพิ่งมีโอกาสได้ดูอนิเมเรื่องนี้   เนื่องจากว่าไปเห็นกระทู้  อันดับตัวละครยอดนิยมประจำเดือน เห็นเนซึมิติดอันดับแล้วทำให้อยากดูขึ้นมาทันที

 

เนซึมิเป็นหนูที่หล่อมากกกกกกกก

เราไม่ชอบหนูเท่าไหร่ เพราะมันชอบวิ่งตัดหน้าเรามืดๆ

แต่ถ้ามีหนูหล่อๆอย่างเนซึนวิ่งตัดหน้า  เราคงโยนชิองใส่  555+

 

 

เชิฯอ่านได้เลยคับพ้ม   แต่ขอบอกว่าฟิคนี้สีม่วงนะ

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

No.6 - 4ปีที่รอคอย

 

“นายจะไม่เป็นไร”

 

น้ำเสียงเข้มแข็งเปล่งคำพูดอันอ่อนโยน...

รอยยิ้มที่แลดูเศร้าส่งมอบความกล้าอันอบอุ่น...

ริมฝีปากที่ทาบทับ...ราวปรารถนาเวลา...ให้เป็นนิรันดร์

 

ยามนั้นชิองกอดกระชับทารกในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ประกายตาสีแดงราวกับอัญมณีคู่เอกแสดงเจตจำนงมั่น ขณะที่สองขาก้าวไปข้างหน้า เขาไม่ได้หันกลับหลังแม้แต่น้อย ในจุดที่ลึกที่สุดของหัวใจรู้ดี

 

หากหันกลับไป เขาจะต้องโยนปณิธานของตัวเองทิ้ง แล้วไล่ตามเจ้าของดวงตาสีเงินที่เขาหลงใหลไปจนสุดแผ่นดิน

 

นับจากตอนนั้น...เวลา...ก็ผ่านไปนานถึง4ปี

 

“ชิอง ลองชิมนี่หน่อยสิลูก”

 

เสียงเรียกของมารดามาพร้อมกลิ่นหอมของขนมปังที่อบใหม่ ชายหนุ่มผมขาวผู้มีดวงตาสีแดงเข้ากับรอยยิ้มอันอ่อนโยนหยุดเดิน เขายิ้มกว้างหลังส่งขนมปังสูตรใหม่ของคุณแม่เข้าปาก

 

“หอม อร่อยมากครับ และก็หวานกำลังดีเลย”

 

“ดีล่ะ แม่เอาเจ้านี่เป็นสินค้าพิเศษประจำเดือนหน้าดีกว่า อะ ลูกกำลังจะออกไปทำงานใช่มั้ย ไปดีมาดีนะ”

 

“ไปนะครับคุณแม่”

 

ชิองที่เติบโตจากเด็กหนุ่มเป็นชายหนุ่มเต็มตัวส่งยิ้มให้มารดา ก่อนก้าวออกจากบ้านที่เปลี่ยนชั้นล่างเป็นร้านเบเกอร์รี่ 4ปีมาแล้ว พวกเขาย้ายมาอยู่บ้านที่ใหญ่กว่าเดิม แม้จะไม่หรูหราเท่าตอนเขาได้สิทธิพิเศษจากนัมเบอร์6 แต่ก็อบอุ่นและดีกว่ามาก

 

ชายหนุ่มแหงนมองท้องฟ้า ลมเย็นสบายพัดผ่านผิวหน้า

 

...เมือง...

 

กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี ความแตกต่างระหว่างชนชั้นลดน้อยลง ผู้คนที่เดินสวนไปมายากจะแยกออกว่าใครที่เคยอยู่ในนัมเบอร์6หรือใครที่เคยอยู่ในบล็อกตะวันตก แม้จะมีคนที่เคยชินและไม่ยอมย้ายเข้ามาในเมืองอย่าง อินุคาชิ ก็ตาม

 

“เดี๋ยวเลิกงานแล้ว แวะไปเยี่ยมอินุคาชิดีกว่า”

 

เขาตั้งกำหนดการกับตัวเอง และก้าวไปข้างหน้า ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี แต่บางครั้ง...

 

ภายในจิตใจเขาก็รู้สึกได้ถึงหลุมลึกที่เติมไม่เต็ม...

 

4ปีที่แล้ว หลังจากคุณแม่กอดเขาและร่ำไห้จนสงบลง ก็เอ่ยชื่อคนๆหนึ่ง

 

“แล้ว ‘คุณเนซึมิ’ ล่ะ แม่อยากจะขอบคุณเขาที่ช่วยลูก’

 

ชิองแน่ใจว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ยินชื่อนั้น เขาไม่มีคำตอบให้คำถามของคุณแม่ คนรู้จักกันอย่างอินุคาชิหรือคุณริคิกะก็เลือกจะเลี่ยงไม่เอ่ยถึง ปฏิบัติราวกับเจ้าของชื่อนั้นเป็นของต้องห้ามสำหรับชิอง

 

ชิองส่ายหน้า สลัดสาเหตุของหลุมลึกที่หัวใจรู้ดีออกจากสมอง ไม่ว่าอย่างไรมันก็ผ่านไปถึง4ปี โดยที่ไม่มีคนๆนั้นเข้ามาในชีวิตเขา

 

 

 

“เอ๋ ไต้ฝุ่นจะเข้าเร็วกว่าที่คาดการณ์หรือครับ”

 

ชิองเปรยเรียบๆ ปล่อยให้เสียงประกาศข่าวด่วนผ่านเข้ามาในสมอง มิน่าล่ะตอนขากลับเขาถึงว่าลมพัดแรง และเขาก็กลับถึงบ้านทันก่อนฝนตกเฉียดฉิว ทีแรกเขานึกว่าฝนตกธรรมดา แต่ถ้าเป็นไต้ฝุ่น ฝนคงตกต่อเนื่องอีกยาว

 

เขาไม่ชอบไต้ฝุ่น เขาเกลียด...คืนพายุพัดที่ต้องอยู่ลำพัง

 

ชิองเบ้หน้า สายฝนยังคงซัดสาดใส่บ้านหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมที่ร้องกู่ก้องหวนให้เขานึกถึงวันนั้นเมื่อ8ปีก่อน วันที่เขาเปิดประตูระเบียงออกไป วันที่เขาได้พบกับ....

 

ชิองกัดริมฝีปากแน่น อารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมผลักให้เขาทำเช่นเดียวกับวันนั้น เปิดประตูกระจกออกไป ปล่อยให้ทั้งสายฝนและสายลมสาดซัด ให้เสียงคำรามของพายุกลบสียงกู่ร้องในจิตใจ ให้หยาดฝนชะล้างน้ำตาที่พร่างพรู

 

หลุมลึกในจิตใจไม่ต่างอะไรกับการระเบิดของภูเขาไฟ เค้าอารมณ์ที่เก็บซ่อนมาตลอด4ปีถูกตะโกนออกไปด้วยคำๆเดียว

 

“เนซึมิ!!!”

 

ชิองเปล่งเสียงตะโกน มือที่กำขอบระเบียงสั่นระริก เขาหลับตาแน่น และแหกปากร้องราวกับว่าชีวิตนี้จะอยู่ไม่ได้ หากไม่ได้เจอคนๆนั้น หัวใจนี้คงแตกสลาย ถูกทำลายเป็นผุยผงอย่างไม่อาจฟื้นคืน

 

เขาไม่เคยรู้เลยว่าในตัวมีความรู้สึกรุนแรงเช่นนี้ซุกซ่อนอยู่

 

ขาดไม่ได้...อยากเจอ...อยากเจอเหลือเกิน...

 

“เนซึมิ เนซึมิ เนซึมิ”

 

ชิองทรุดลงนั่งกับพื้นทั้งที่สองมือยังคงกำราวระเบียงไว้แน่น เขาเปล่งเสียงเรียกชื่อที่พยายามไม่นึกถึงตลอด4ปีซ้ำๆ

 

“เนซึมิ...เน...ซึ...มิ...”

 

เขาเคยคิด ในคืนที่ความเหงาถาโถมทำร้ายจิตใจ เขาเคยคิด นับจากวันที่พบกันครั้งแรก เนซึมิได้หายตัวไปเมื่อฟ้าสาง และมาหาเขาอีกครั้งหลังจากผ่านไป 4 ปี ตอนนี้ก็เหมือนกัน หลังจากแยกจากกันครานั้น เขาก็คิด ตั้งความหวังกับตัวเอง ว่า 4 ปีต่อมา เนซึมิจะกลับมาหาเขาอีก

 

แต่ว่า... แต่เขาก็ไม่มา

...นายลืมผมไปแล้วจริงๆหรือ...

 

หลังจากร่ำไห้จนพอใจ ชิองก็ใช้แขนเสื้อชุ่มน้ำฝนเช็ดใบหน้าที่เปียกไม่แพ้กัน ก่อนบิดยิ้มเยาะหัวเราะขำตัวเอง ถ้านายเห็นสภาพผมตอนนี้จะหัวเราะและพูดว่าผมมั้ยนะ ชิองยกยิ้มหยันที่มุมปาก ลุกขึ้นยืนหมุนตัวจะกลับเข้าห้อง

 

ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดนิ่ง...

 

“นายนี่...ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”

 

ผู้ที่ยืนพิงกำแพง ส่งรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ที่ดูอันตรายและงดงามในเวลาเดียวกัน คือคนที่ทำให้กาลเวลาหยุดเดิน เจ้าของดวงตาสีเงินและเรือนผมยาวสีน้ำเงินที่รวบไว้ จ้องมองชายหนุ่มที่ตัวดูโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่นิสัยที่ออกไปแหกปากกลางพายุ...จะว่าไม่พัฒนาก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก

 

เนซึมิยกยิ้มมุมปาก เสียงร้องตะโกนฝ่าพายุของชิองในครั้งนี้ เขาได้ยินชัดเต็มสองหู เปลี่ยนความรู้สึกหนาวเพราะฝนให้เหมือนกับหัวใจและร่างกายกำลังถูกดวงตะวันโอบกอดอย่างอ่อนโยน

 

“เน...ซึมิ...”

 

ชิองยังคงยืนนิ่ง เสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากยังเบาบางจนแทบมลายไปกับสายลม กระทั่งกระพริบตาเขายังไม่กล้า กลัวว่าภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นแค่ภาพลวงตาที่เกิดจากความคิดถึงที่มากล้น

 

“เนซึมิ”

 

เขาเปล่งเสียงเรียกอีกครั้งราวจะยืนยัน หากคนที่เขาเฝ้าคำนึงหาต้องหายไปเพราะเป็นแค่มายาเขาคงทนไม่ได้   

 

“เอ้าๆ จะยืนบื้อแช่น้ำฝนอีกนานมั้ย”

 

ร่างสูงเอ่ยเสียงกระด้าง ก่อนหมุนตัวถือวิสาสะเข้าไปในห้องอีกฝ่ายตามใจชอบ เนซึมิถอดเสื้อโค้ตชุ่มน้ำฝนทิ้งกับพื้น แล้วล้มตัวลงนอนแผ่หลาหลับตานิ่งบนเตียงชิอง ถึงจะบอกว่าหลับตา แต่หูฉับไวเหมือนหูจิ้งจอกก็คอยเงี่ยหูฟังการกระทำของคุณชายซื่อบื้อที่ทำตาโตเหมือนปลาทองตอนเห็นหน้าเขา

 

เนซึมิแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่ จึงเปลี่ยนเป็นเอ่ยปากพูดทั้งที่ยังหลับตา

 

“ปิดประตูแล้วเข้ามาซักทีสิ”

 

หลังจากออกคำสั่งกับเจ้าของห้อง ร่างสูงได้ยินเสียงบานประตูเลื่อนปิด และเสียงฝีเท้าเปียกน้ำก้าวมาประชิด เนซึมิแอบปรือตาขึ้นให้พอมองเห็นร่างเปียกปอนที่ไม่เคยลืมเลือน ริมฝีปากที่เริ่มซีดเพราะความหนาวขยับเป็นชื่อเขา

 

“เนซึมิ...อะ!!!”

 

ชิองที่เข้ามายืนข้างเตียงจู่ๆก็ถูกมือแกร่งออกแรงดึงเข้าหาตัว ชิองที่ไม่ระวังอยู่แล้วจะแทบจะล้มทับอีกฝ่ายเต็มๆ พอคิดว่าเนซึมิคงเจ็บชิองจึงพยายามจะดันตัวขึ้น แต่ก็ถูกอ้อมแขนของฝ่ายนั้นกอดไว้แน่น

 

“นายยังคิดว่าฉันเป็นภาพลวงตาอีกหรือเปล่า”

 

เนซึมิถามราวอ่านใจได้ เขาเลื่อนมือมาลูบเส้นผมละเอียดสีขาวชื้นน้ำฝน ก่อนไล้ไปตามใบหน้าอย่างแผ่วเบา เนซึมิใช้นิ้วโป้งเคล้นคลึงรอยแดงที่พาดผ่านแก้มเนียนอย่างคะนึงหา

 

“ชิอง!!!”

 

ร่างสูงเปล่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นครั้งแรก

 

“ชิอง ฉัน...”

 

ริมฝีปากถูกประกบปิด ดวงตาสีเงินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนหลับตารับรู้ความรู้สึกที่แสนโหยหา รสสัมผัสอันเคลิบเคลิ้มที่เฝ้ารอมาตลอด 4 ปี เนิ่นนานก่อนที่ริมฝีปากทั้งคู่จะแยกจากกัน

 

ดวงตาสีเงินและสีแดงสอดประสานจ้องมองซึ่งกันและกันอยู่เงียบๆ ส่งผ่านความรู้สึกที่อัดแน่นในหัวใจ โดยไม่จำเป็นต้องสื่อสารด้วยคำพูด

 

เนซึมิเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน

 

“จูบ...ต้อนรับการกลับมาหรือไง”

 

“เปล่า”

 

ชิองเผยยิ้ม ยันตัวขึ้นนั่ง เค้าอารมณ์ภายในสงบลงอย่างน่าประหลาด ด้วยรู้สึกว่า... 

 

“จูบราตรีสวัสดิ์น่ะ”

 

...นี่ล่ะคือตอนจบที่แท้จริง...

 

THE END

 

 

แถมท้าย

 

“เนซึมิ พรุ่งนี้ ผมรอจูบอรุณสวัสดิ์จากนายอยู่นะ ถ้าคราวนี้หนีไปอีก ผมจะไล่ตามนายให้สุดหล้าเลย”

 

“เฮ้ ชิอง นายจะให้ฉันแนะนำตัวกับแม่นายว่ายังไง”

“ต๊าย ไม่ต้องแนะนำหรอกจ้ะ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ลูกเขยของแม่” 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้ที่บ้านเรากำลังลุ้นอยู่ว่าน้ำจะท่วมหรือเปล่า   แต่อีกฟากของสี่แยกน่ะท่วมไปแล้ว

 

สามวันก่อนหน้านี้  เราก็ออกแรงช่วยก่อกำแพงกั้นน้ำ  ซะจนอาการโลหิตจางกำเริบ

(เป็นอาการที่ตั้งขึ้นเอง จากการหมดแรงกระดุกกระดิกไม่ได้  แต่สติยังแจ่มชัด  พอไปดูลูกตา ปรากฏว่าซีดไม่มีเลือดเลย)

 

 

แถมบ้านญาติเราน้ำท่วมเลยเอาหมาตัวบักเอ้กมาฝากไว้ตั้ง 3 ตัว  ดีกว่าบ้านเรามีกรงสารพัดนึก  ฮะๆ   เดิมทีก็มีไว้ขังหมานี่ล่ะ  ต่อมาพัฒนาเป็นกรงนก   แล้วตามด้วยกรงเก็บของ  และกลายเป็นกรงหมาอีกครั้ง

 

แต่หมาบ้านเราเอง  มันไม่ยอมเข้ากรงสักตัว  เห็นกรงขยาดหมด   ตัวที่ญาติเอามาฝากมีตัวนึงบอก  เข้ากรงมันก็โดดเข้าไปเลย  สุดยอดจริงๆ

 

 

เฮ้อออออ   สาธุ  ได้โปรดเถอะ  ขออย่าให้น้ำท่วมเลย

 

 

แล้วพบกัน  เอนทรี่ย์ต่อไปนะขอรับ   ขออย่าให้ครั้งหน้า  เราต้องเอาเรื่องน้ำท่วมมาบ่นเลย