หลังจากกดอัพแล้วไม่ติดไปครั้งหนึ่ง งานจึงเกิด เพราะเน็ตหลุดไม่รู้ตัว ทุกอย่างหายหมด......
...............น่าสงสารตัวเองยิ่งนัก ต้องมานั่งอัพใหม่ เฮ้ออออ
เอาล่ะ วันนี้เราเอางานแปลชิ้นแรกมาลง
และเพื่อให้เข้ากัน เราเลยเปลี่ยนธีมใหม่
เฮดบล็อกน่ะเข้าอยู่ แต่พื้นหลังนี่มัน.......
.....แปลได้อีกความหมายว่า เราจะรั่วให้มันหลุดโลก 5555
ขออธิบายสักนิด สำหรับคนที่ไม่รู้
OWS ย่อมาจาก On the Way to a Smile
เป็นนิยายภาคต่อจากเกม ไฟนอล แฟนตาซี ภาค7
ถึงจะบอกว่าภาคต่อ แต่เนื้อหาบางส่วนก็พูดถึงเนื้อเรื่องในเกมตอนท้ายๆอยู่เหมือนกัน
เรื่องนี้แบ่งออกเป็นหลายตอน โดยมีตัวละครแต่ล่ะตัวเป็นตัวเด่น ประกอบไปด้วย เรื่องของทีฟาซึ่งคลาวด์มีเอี่ยวอยู่ด้วย เรื่องของแบเร็ตซึ่งพูดถึงซิดอยู่บ้าง เรื่องของนานากิมีวินเซนต์ออกมาตอนท้ายๆ เรื่องของเดนเซลโดยมีรีฟนั่งฟัง เรื่องของชินระตอนต้นพูดถึงการรอดตายของเส็งจากนั้นจึงเป็นเรื่องของรูฟัส เรื่องของไลฟ์สตรีมซึ่งเรายังไม่ได้อ่าน แต่คาดว่าหมายถึงเซฟิรอธกับแอริธ
และเรื่องที่เราเอามาแปล คือเรื่องของยุฟฟี่
สาเหตุที่เลือกเอาเรื่องนี้มาแปล ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แค่เราหาภาคภาษาไทยไม่เจอเท่านั้น ฮา
คำเตือน พอลงมือแปลถึงได้รู้ ว่าเขียนใหม่ยังง่ายกว่าแปล เพราะฉะนั้น ขออภัยในความผิดพลาด หากผู้อ่านพบข้อผิดพลาดสามารถท้วงติงได้ตามสะดวก
ถึงเราจะแปลไม่เก่ง แต่ก็แปลด้วยใจ ดังนั้น กรุณาอย่าเอาไปโพสท์ต่อที่อื่นโดยไม่ลงเครดิตหรือขออนุญาต
ส่วนเครดิต แปลจากญี่ปุ่นเป็นอังกฤษนั้น ขออภัยจริงๆที่ไม่สามารถเอามาลงได้ เพราะเราเซฟเก็บไว้นานแล้ว และดองเค็มไว้นานยิ่งกว่า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บนเส้นทางสู่รอยยิ้ม
Case of Yuffie
มหานครที่ถูกลืม ทะเลสาบนาดเล็ก ที่ที่แอริธได้จากพวกเราไป ยุฟฟี่และคนอื่นๆกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อบอกเธอว่าการต่อสู้กับเซฟิรอธได้จบลงแล้ว
พวกเขายืนกันเงียบๆรอบแท่นบูชาของทะเลสาบ ไม่มีใครพูดคุยกันเอง มีแต่คำพูดของพวกเขาเองถึงแอริธ
ลาก่อน
นั่นคือเสียงทุ้มต่ำของวินเซนต์ ในตอนนั้นยุฟฟี่ได้หมุนตัวไปเผชิญหน้ากับเขา เสื้อคลุมสีแดงโบกสะบัดกลางหลัง เกิดอะไรขึ้นกับเขานะ ยุฟฟี่คิด เขาคงไม่ได้จะแยกจากพวกเราไปหรอกนะ
"อย่าไปนะ บอกว่าห้ามไปไง!!"
เธอร้องตะโกนอยู่ด้านหลังเขา
"นายจะแยกจากพวกเราไปแบบนี้ได้ยังไง พวกเราเป็นสหายร่วมรบกันไม่ใช่เหรอ"
เมื่อเธอไม่อาจทัดทานเขาได้ จึงวิ่งไปดักหน้าเขาเอาไว้
ดูราวกับเขาอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ยุฟฟี่ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดหรือมีอะไรอยู่ในใจ แต่สายตาของเขาช่างรุนแรงนัก เธอก้าวถอยหลังโนอัตโนมัติรู้แน่ว่าไม่อาจหยุดเขาได้
"ดูแลตัวเองด้วย" วินเซนต์พูดหลังจากเดินผ่านเธอไป
ยุฟฟี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคำๆนี้จากเขา พยายามไม่คิดว่าจะเป็นยังไงถ้าเธอตกหลุมรักเขาเป็นครั้งแรก
คลาวด์ ทีฟา แบเร็ต ซิด กับเรดXII กำลังมองพวกเขาอยู่
"ดูเหมือนเขามีที่ต้องไปน่ะ" ยุฟฟี่รายงาน แล้วเธอก็กลับมาตัวเธอที่เป็นเพื่อนกัน
"ตาฉันไปบ้างล่ะ" ซิดพูด
"ใช่ นายพูดถูก ฉันก็ต้องไปเหมือนกัน" บาเร็ตก็เห็นด้วย
ทุกๆคนต่างมีใครสักคนที่อยากกลับไปพบ ยุฟฟี่คิด เธอเข้าใจดีแต่ก็ไม่อาจทนรับความรู้สึกนี้ได้เลย
"รู้มั้ย... พวกนายบางทีก็ทำอะไรแบบง่ายๆจัง"
"ก็หมายถึง เรารู้ว่า พวกเราสามารถพบกันอีกได้เสมอไง" ซิดพูดแล้วก็เดินออกไป
คลาวด์กับทีฟาพยักน้า แม้กระทั่งเรด13ก็ยังเห็นด้วย เรด13คงกำลังบังคับตัวเองให้ทำตามนั้น ยุฟฟี่คิด
"ใช่"
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เธอรู้สึกแบบเดียวกับคนอื่น สุดท้ายเธอก็ยอมรับได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ไปกันเถอะ"
คลาวด์กับทีฟาเริ่มเดินออกไป ใช่แล้วล่ะ วินาทีที่เราก้าวออกไปจากที่นี่มันคือคำบอกลาของพวกเรา ยุฟฟี่คิด แต่แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ ฉันจะได้สนุกกับส่วนแบ่งพลังงานที่ฉันมี
"เฮ้ รอเดี๋ยว"
แบเร็ตตะโกนขึ้น
แย่จริง นี่มันพังหมดเลย เพราะแบบนี้ฉันถึงไม่ชอบผู้ชายแก่ๆ เธอมองไปที่เขาและเห็นเขาหยิบมาเทเรียออกจากแขนเทียม แล้วส่งต่อมันให้คลาวด์
"เราจะทำยังไงกับเจ้านี่"
"เฮ้ เดี๋ยวก่อน!!"
เพิ่งนึกได้ตอนนี้เองว่าเธอลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ยุฟฟี่ร้องขึ้น เธอเกือบลืมสาเหตุหลักที่เข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ไปแล้ว
"ฉันขอหมดเลยได้มั้ย เอ่อ ไม่ แบบว่า ฉันขอมาเทเรียสักครึ่งหนึ่งได้มั้ย ฉันจะเอามันกลับไปที่วูไทและเก็บรักษามันอย่างดีที่สุด และบางทีฉันอาจจะใช้มัน แค่นิดหน่อยน่ะ"
สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่เธอ แม้ว่าเธอจะชอบเป็นศูนย์กลางความสนใจ แต่เวลานี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำผิด เธอเริ่มพูดอีกครั้งด้วยเสียงที่พยายามหลบซ่อนความรู้สึกผิดนั้น
"ฉันเป็นนักล่ามาเทเรียนะ ฉันเข้าใกล้พวกนายด้วยสัญชาตญาณของนักล่ามาเทเรีย ก็เพราะมาเทเรียของพวกนายมันล่อตานี่"
การวิจัยของชินระ เทคโนโลยีและภูมิความรู้ของจักรวาลได้มอบพลังให้ในรูปแบบของมาทเรีย คลาวด์และพวกถูกครอบงำโดยสิ่งที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ
"ด้วยความสัตย์จริงนะ ฉันไม่ได้รู้จักพวกนายดีเท่าไหร่ รวมไปถึงอดีตของพวกนายด้วย ตอนนี้ฉันก็ยังคิดแบบนั้นอยู่ แต่ฉันต่อสู้ร่วมกับพวกนายมาใช่มั้ย และมันก็ไม่ใช่เพราะมาเทเรียด้วย ฉันก็แค่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของพวกนาย ถึงฉันจะไม่ได้เป็นมากก็เถอะ แต่เราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว น่าๆ คิดดูสิ กี่ครั้งแล้วที่ฉันช่วยพวกนายไว้ด้วยการขโมย"
หลังพูดจบ ยุฟฟี่ก็คิดว่า แย่แล้ว มันแทบไม่ได้เป็นความจริงเลย
"ใช่ เธอช่วยพวกเราไว้หลายครั้งแล้ว" ทีฟาพูด
นั่นทำให้ยุฟฟี่สับสน
"เธอเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด ร่าเริงและเข้มแข็ง"
"หา??"
ยุฟฟี่ประหลาดใจมาก และรอให้ทีฟาพูดอะไรต่อ แต่ทีฟาเพียงแค่ยิ้มและนิ่งเงียบ
"พูดจริงเหรอ" ยุฟฟี่ถามไปแบบไม่ได้คิด
"อืมม" ทีฟาพยักหน้ารับในทันที
"อะแหะแหะ"
ยุฟฟี่รู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแดงเมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน ประหลาดใจที่บางทีเธออาจจะได้มาเทเรียมาเลยก็ได้
"นายคิดว่าไง แบเร็ต"
ในที่สุดคลาวด์ก็หันไปหาเขา ทำไมจำเพาะต้องไปถามแบเร็ตด้วยนะ ยุฟฟี่คิดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"อืมม" แบเร็ตครุ่นคิด "เป็นความจริงที่ยุฟฟี่เป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา แต่มันก็คนล่ะเรื่อง เมื่อเกี่ยวกับมาเทเรียจริงมั้ย"
"ไม่ใช่นะ มันเกี่ยวข้องกันแน่นอน ฉันรู้เมื่อมันอาจจะจบลงเมื่อเราจัดการเซฟิรอธได้ ฉันมีความฝันนะ และนั่นก็คือการฟื้นฟูวูไท เพื่อการนั้นมาเทเรียจึงสำคัญมากๆ"
"ฟื้นฟูเหรอ..."
ในตอนนั้นเองที่ซิดเปล่งเสียงแหลมๆออกมา หุบปากไปเลยตาแก่ ยุฟฟี่จ้องอีกฝ่ายเขม็ง
"ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ แล้วมิดการ์ไม่ต้องการมากกว่าเหรอ"
"นายพูดถูก"
หลังจากเห็นด้วยกับซิด คลาวด์จึงตัดสินใจได้
"เฮ้ ยุฟฟี่ เอาแบบนี้เป็นไง เราจะให้มาเทเรียกับเธอทั้งหมด"
"ตกลง!!!"
"แต่ฉันจะเก็บมันไว้ในที่ปลอดภัยเอง"
"หา... นี่นายคิดจะหลอกเด็กหรือไง"
เมื่อคิดว่าเธอกำลังจะถูกหลอก เธอจึงยืนยันคัดค้านเต็มที่
"เข้าใจผิดแล้ว มาเทเรียส่วนใหญ่ของพวกเราถูกใช้ในการต่อสู้จริงมั้ย ดังนั้นมันคงไม่จำเป็นต้องใช้ที่วูไท ดังนั้นเราจะแบ่งส่วนที่ใช้ในการรักษา และฉันจะเก็บรักษามัน ฉันคิดว่าฉันเป็นคนเดียวที่มีประสบการณ์เรื่องความอันตรายของมาเทเรียที่สุด"
"เป็นความจริงที่เราไม่จำเป็นต้องใช้มันในการต่อสู้อีกแล้ว แต่ว่า..."
"แต่อะไร??"
"ถึงเราจะไม่ใช่มัน แต่เราก็ยังรู้สึกวางใจที่มีมัน ใช่มั้ย"
"ถ้างั้นเอาแบบนี้ เธอกลับไปที่วูไท แล้วถ้าเธอรู้สึกว่ามันไม่สะดวกถ้าขาดมาเทเรียก็ให้ติดต่อฉัน เราจะคิดเรื่องนี้กันอีกรอบ"
คลาวด์พูดด้วยเสียงสุภาพอ่อนโยนมาตลอดแต่ในตอนสุดท้ายเขาก็ยังเลือกที่จะเก็บมาเทเรียให้ไกลจากยุฟฟี่อยู่ดี อย่างที่เขาว่า ถึงแม้วูไทจะมีมาเทเรียซึ่งมีพลังทำลายมากเกินจะวัดได้ แต่พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ เวลาเปลี่ยนไปแล้ว แม้กระทั่งยุฟฟี่ก็เข้าใจ
"ก็ได้ แต่นายต้องดูแลรักษามาเทเรียของฉันให้ดีๆล่ะ"
* * *
"และตอนนี้ ฉันก็คือคนที่มีมาเทเรียมากที่สุดในโลก นายคิดแบบนั้นมั้ย"
ยุฟฟี่อยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านเกิดที่วูไท และพูดคุยอยู่กับโจโคโบะที่เธอขี่อยู่ตลอดทาง
"นายคิดว่าฉันควรจะหาซ้อเสื้อผ้าใหม่ที่ไหนสักที่ดีมั้ย ชุดนี้ก็ใส่มานานจนเก่ามากแล้วซะด้วย"
ยุฟฟี่คิดถึงผู้คนมากมายที่วูไทหวังว่าพวกเขาจะต้อนรับการกลับไปของเธอ เธอแน่ใจว่าพวกเขาต้องรู้เรื่องวิบัติภัยของเมเทโอแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะต้องอยากฟังเรื่องราวจากเธอแน่
"อ่ะ เดี๋ยวก่อนนะ เสื้อผ้าเก่าๆชุดนี้จะบอกถึงความยากลำบากที่ฉันประสบมา ใช่ นี่ล่ะคือสิ่งที่ฉันทำ ฉันจะเก็บเสื้อผ้าชุดนี้ไว้ให้พวกเขาเห็น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเตรียมเรื่องเล่าของฉัน"
อย่างไรก็ตาม ยุฟฟี่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้รู้อะไรเลยถึงความสำคัญของสิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องที่โลกใกล้จะถึงจุดจบด้วย
"นั่นมันไม่ได้เรื่องเลย..."
ไม่รุ้คนอื่นๆกำลังคิดอะไรกันอยู่ และผลลัพธ์จากการคิดของพวกเขาคืออะไร มีเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ที่ยุฟฟี่ซึ่งเข้าร่วมการเดินทางเพราะจุดประสงค์เล็กๆไม่เคยรู้
"ฉันหวังว่าจะได้ถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้... แต่ก่อนอื่น ฉันต้องรีบแต่งเรื่องนี้ก่อน ตัวการคือโซลเยอร์ เซฟิรอธ ปีศาจที่บริษัทชินระสร้างขึ้น ได้คิดจะเรื่องยิ่งใหญ่ให้เป็นเกียรติประวัติแบบปีศาจ คลาวด์และพวกพ้องซึ่งต่อสู้กับบริษัทชินระได้ไล่ตามเซฟิรอธไป เมื่อเซฟิรอธถูกต้อนจนมุมเขาจึงใช้มาเทเรียสีดำเรียกเมเทโอมาทำลายโลก พวกเราได้เสี่ยงชีวิตเข้าสู่และหยุดยั้งเขาได้ ใช่ สมบูรณ์แบบ ง่ายพอจะให้พวกเขาเข้าใจ"
มีรายละเอียดมากมายเหลือเกินที่ยุฟฟี่ไม่รู้ เธอไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าได้มาถึงวูไทแล้วเพราะเธอมัวแต่จดจ่ออยู่กับความคิดนั่นเอง
* * *
"เฮ้"
วูไทอยู่ข้างหน้านี่เอง ยุฟฟี่ห้วนระลึกถึงช่วงเวลาตอนที่เดินทางแต่ความรู้สึกมันได้ต่างออกไปหลังจากทำบางสิ่งสำเร็จ เธอหยุดโจโคโบะและมองบ้านเกิดอยู่ไกลๆ
"อ่ะ ทำไม ฉันถึง..."
ยุฟฟี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้เช็ดน้ำตาตัวเอง
ยังค่อนข้างเช้าอยู่มาก หลังจากปล่อยโจโคโบะไป เธอออกวิ่งอย่างสุดกำลังไปตามทางที่คุ้นเคยไปยังบ้านที่หวังว่าโกโดพ่อของเธอคอยอยู่ เธอยังไม่ต้องการให้คนอื่นในเมืองรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว แม้ว่าเธอจะตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าเก่าๆชุดนี้เอาไว้ แต่เธอต้องการจะไปล้างหน้าล้างตาเสียก่อน
โกโดยืนกำลังปิดประกาศอยู่ที่ประตู
"ทำอไรอยู่น่ะ??"
โกโดหันขวับทันทีที่ได้ยินเสียงยุฟฟี่
"ฉันกลับมาแล้ว ทุกอย่างจบลงแล้ว"
โกโดพยักหน้ารับอย่างสง่างาม
"พ่อดีใจเหลือเกินที่ลูกกลับมาอย่างปลอดภัย ยุฟฟี่ แต่ลูกฟังพ่อนะ ตอนนี้ที่เมืองกำลังเกิดปัญหาใหญ่ มาช่วยกันที วูไทต้องการความช่วยเหลือจากคนหนุ่มสาวเช่นลูก"
เขายกกระเป๋าซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นหลังและออกเดินไปยังใจกลางเมือง
"เฮ้ รอด้วยสิ!!"
ยุฟฟี่รีบตามไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนพ่อของเธอกำลังรีบและยังเดินไปเร็วมากด้วย
"พ่อรู้เรื่องที่ฉันเข้าไปมีส่วนด้วยแล้วใช่มั้ย แล้วงานเลี้ยงตอนรับล่ะ แล้วทุกคนไปไหนกันหมด"
อย่างที่ยุฟฟี่ประกาศออกไป เธอรวบรัดเล่าเรื่องที่เธอและพวกเรียกไลฟ์สตรีมออกมาแล้วช่วยดวงดาวเอาไว้ โกโดหยุดเดินแล้วหันกลับมองเธอด้วยใบหน้าสงสัย
"พ่อไม่รู้อะไรที่ลูกทำเลยสักนิด พ่อรู้แค่ว่าโลกถูกลากเข้าไปพัวพันในสถานการณ์ยุ่งยากเพราะพวกโง่ชินระกับพวกงี่เง่าโซลเยอร์ และในที่สุดจักรวาลก็ลงโทษด้วยการเรียกเมเทโอมา แต่ดวงดาวได้ออกมาป้องกันด้วยการปล่อยไลฟ์สตรีมออกมาทำลายเมเทโอ นี่คือสิ่งที่พ่อเข้าใจนะ"
โกโดพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"จักรวาลทำเหรอ ใครเล่าเรื่องงี่เง่าพรรค์นี้เนี่ย"
"นั่นเป็นการคาดเดาของพ่อเอง ถึงความจริงจะต่างออกไปก็ช่างแต่พ่อรู้เท่านี้พอแล้ว แล้วก็ ยุฟฟี่ อย่าได้ไปพูดเรื่องที่ลูกไปเจอมา ผลลัพธ์ของไลฟ์สตรีมใหญ่โตเกินไป ถึงจะมีคนที่เข้าใจว่ามันช่วยดาวเอาไว้ แต่ก็มีคนบางคนไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น"
"อะไรนะ!!!"
ยุฟฟี่ชูกำปั้นขึ้นชกอากาศพร้อมคำตะโกน
"เกิดอะไรขึ้นกับเมืองนี้กัน..."
ยุฟฟี่พูดพร้อมกับมองไปรอบๆ ขุ่นเคืองกับสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่ได้รู้ข่าวสารอะไรเลยเมื่อมาถึง แต่ตึกรามบ้านช่องมากมายเสียหาย มันควรจะมีหลังคาเก่าๆสีแดงของโรงฝึกแต่กลับมีรูขนาดใหญ่บนกำแพง และเธอยังเห็นแผ่นกระเบื้องจากหลังคาหล่นเกลื่อนกลาดบนพื้นด้วย
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"ไลฟ์สตรีมเคลื่อนผ่านที่นี่ มันเป็นคืนที่น่ากลัวมากเมื่อบ้านสั่นไหวอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าที่นี่จะเทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายที่มิดการ์ แต่ที่นี่ก็มีสิ่งก่อสร้างๆเก่าๆมากมาย ลูกคงไม่เห็นความเสียหายข้างนอกโครงนี่ แต่ทั้งคานทั้งเสาใกล้จะพังลงมาเต็มที พ่อจะไม่แปลกใจเลยถ้ามันจะพังลงมาสักวัน นั่นเป็นเหตุผลที่พ่อต้องใช้ค้อน... เป็นอะไรไป ยุฟฟี่"
ยุฟฟี่หันมองผู้คนรอบๆที่กำลังซ่อมแซมอาคารสถานที่ แทบทุกคนมีผ้าพันแผลพันไว้
"ทุกคนปลอดภัยใช่มั้ย ไม่มีใครบาดเจ็บหนักใช่หรือเปล่า"
"ไม่มีผู้บาดเจ็บมาก และไม่มีใครได้รับบาดแผลรุนแรง"
"ถ้างั้น พวกเขาก็เป็นส่วนน้อย"
"ใช่ แล้วลูกจะทำอะไรได้ ที่นี้มาช่วยพ่อซ่อมแซมอาคารได้แล้ว"
โกโดหยิบค้อนอันใหม่อกจากกล่องเครื่องมือแล้วส่งมันให้ยุฟฟี่
"ไม่เอาหรอก สิ่งนี้จะช่วยได้มากว่าจริงมั้ย"
ยุฟฟี่หยิบมาเทเรียสำหรับรักษาออกมาให้พ่อดู
"อ้า..." โกโดมองมาที่ยุฟฟี่อย่างระวัง "ลูกมีมันอีกหรือเปล่า"
"ไม่มีแล้ว มาเทเรียชนิดนี้มีอยู่น้อยมาก ฉันตั้งใจจะเอากลับมาทั้งหมด แต่พ่อก็รู้ ชนิดที่ไว้โจมตีมันอันตรายเกินไป จริงมั้ย"
"ยอดมาก เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดจริงๆ"
โกโดเดินข้ามแผ่นกระเบื้องสีแดงของโรงฝึก และเริ่มพิจารณาสภาพรอบๆ
"ดูเหมือนเราพอจะซ่อมมันได้ง่ายๆ"
จากนั้นเขาจึงหันไปเรียกคนอื่นที่อยู่รอบๆ
"เฮ้ มาช่วยกันทางนี้หน่อย เราจะทำที่นี่ให้เป็นโรงพยาบาล"
TBC
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ติดตามตอนต่อไป ถ้าเราขยันพออ่ะนะ แหะๆ
แต่เราอยากแปลเรื่องของชินระจัง คราวหน้าเปลี่ยนเป็น เคส ออฟ ชินระ ดีมั้ย ฮา
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนไวกว่าเปลี่ยนแฟน บ่อยกว่าเปลี่ยนมือถือ
ฉะนั้น ระวังรักษาสุขภาพให้ดีนะ ถ้ารู้สึกไม่สบายให้รีบกินยาไว้ก่อนเลย
เราเองก็ไม่สบาย เพิ่งหายนี่ล่ะ
พบกันใหม่คราวหน้านะขอรับ