ผลพวงจากโชเน็นอนเมียวจิเล่มล่าสุดออก  และความบ้าไม่เจียมสังขารของคนเขีน  ฟิคเรื่องนี้จึงถือกำเนิดขึ้น  5555

 พิมพ์ไปเจ็บมือใจจะขาด  เพราะมือกำลังเดี้ยง  แต่ก็จะพิมพ์   บ้าดีเนอะ  ฮะๆ

 

คำเตือนเล็กน้อย  ฟิคเรื่องนี้มันสปอยล์เนื้หาในหนังสือมากพอดู   ดังนั้นถ้ายังไม่ได้อ่านหนังสือ  แล้วไม่อยากเสียอรรถรส  กดปิดไปเราก็ไม่ว่านะ 

 

 

 

 

 

สปอยล์ หรือว่าเกริ่นดีล่ะ  อืม  เพราะอ่านเรื่องที่มกคุงจำมาซาฮิโระไม่ได้  เลยเป็นแรงบันดาลใจอยากแต่งคู่นี้บ้างน่ะ  เพราะปกติห่วงหากันหวานหยด  เย็นชาทรมานจิตใจกันบ้างก็ดีเนอะ 55555

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เรื่อง  ชื่อ...เวทย์มนต์...คำสาป

 

‘ชื่อคือเวทย์มนต์ที่สั้นที่สุด'

อาเบะ เซย์เมย์  มหาอนเมียวจิแห่งยุค  ปู่ของเขาเคยกล่าวไว้เช่นนั้น

 

มาซาฮิโระเชื่อถือคำพูดนั้นมาตลอดโดยไม่มีข้อสงสัย  เพราะทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อนั้น...

‘มกคุง...มกคู้งง'

‘เจ้าสัตว์อสูรมกคุง'

‘กุเรน!!!'

...ความโศกเศร้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาสีอาทิตย์อัสดงจะเบาบางลงราวต้องมนต์วิเศษ

 

เพราะอยากเห็นดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายสดใสอย่างแท้จริง  มาซาฮิโระจึงสาบานกับตัวเองว่าจะขานเรียกชื่อนั้นตลอดไป 

 

...ชื่อที่เรียกไม่ได้ ชื่อที่ห้ามเรียก ก็ไม่ต่างอะไรกับคำสาป...

 

เจ็บปวดทรมานเพราะไม่อาจเรียกชื่อๆนั้นได้อีก  แม้ใจจะอยากเรียกแต่ก็ต้องอดกลั้นกัดริมฝีปากไว้แน่นเพื่อไม่ให้ชื่อๆนั้นหลุดออกมา  เพราะต่อจากนี้ไปชื่อนั้นจะกลายเป็นคำสาป... 

 

ถึงกระนั้นทั้งๆที่บอกหัวใจให้รู้  แต่ก็ยังเผลอเรียก  เผลอเอ่ยชื่อนั้นออกไปเพราะใจโหยหา

ผลลัพธ์ของการพลั้งเผลอนั้นแสนสาหัส...

 

"ทำไมแกถึงรู้จักนามนั้น"

 

น้ำเสียงคุกคาม  จิตเทวะอันเดือดดาล  ดวงตาที่เคยอ่อนโยนถึงขนาดนั้นมาบัดนี้กลับจ้องเขาเขม็งราวกับคมดาบเฉือนแทงจิตใจ

 

ทำไมถึงรู้จักชื่อนั้นน่ะเหรอ...  ที่รู้ก็เพราะ...

 

"อย่างแกไม่มีสิทธิ์เรียกข้าด้วยชื่อนั้น!!!"

 

หากประโยคแรกคือคมดาบฟาดฟันจิตใจเสียดแทงความรู้สึก  ประโยคนี้ก็คือการเหยียบย่ำจิตใจบอบช้ำเต็มไปด้วยรอยแผลให้แหลกสลาย

 

 

 

มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

 

มาซาฮิโระหรี่ตามองความมืดของรัตติกาล  ทั้งที่ในหัวว่างเปล่า  ไม่มีเสียงใดลอดผ่าน  ไม่มีภาพใดติดตา  ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น  ทั้งที่คิดว่าถึงเป็นแบบนี้ก็ช่าง  แต่ว่า...

 

มีเสียงหนึ่งลอดผ่าน...

‘ตั้งใจหน่อยซิ หลานของเซย์เมย์'

 

มีภาพหนึ่งประทับแน่นในดวงตา...

ภาพของสัตว์อสูรสีขาวขนาดเท่าแมวตัวโตหรือสุนัขขนาดย่อม  มันฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เด็กหนุ่มโมโหแต่ก็สุขใจเหลือเกินที่ถูกเรียก  ดวงตาสีอาทิตย์อัสดงที่มองมาช่างอ่อนโยนจนไม่อยากละสายตา 

 

ชื่อของสัตว์อสูรที่เด็กหนุ่มตั้งให้ด้วยกึ่งคะนอง...

‘อย่าเรียกข้าว่าหลานนะ เจ้าสัตว์อสูรมกคุง'

 

...แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว...

 

ยังมีสัตว์อสูรสีขาวเหมือนเดิม  แต่ไม่มีดวงตาอ่อนโยนมองมาที่เขาอีกแล้ว  สายตาเย็นชาสุดหยั่งราวกับป้อมปราการทำให้ไม่อาจเรียกชื่อนั้นได้อีก

 

 

เช้าวันต่อมา  มาซาฮิโระมองเห็นสัตว์อสูรวิ่งผ่านหน้าไป  จึงฝืนลุกวิ่งไล่ตาม  ดูเหมือนสัตว์อสูรจะรู้ตัวมันจึงหยุดวิ่ง  แล้วหันกลับมามองด้วยสายตาเย็นชา

 

เรียกว่ามกคุงไม่ได้แล้ว  ชื่อกุเรนก็กลายเป็นชื่อต้องห้ามระหว่างสัตว์อสูรกับเด็กหนุ่มไปแล้ว  ริมฝีปากขยับจะเรียกชื่ออีกชื่อหนึ่ง  เด็กหนุ่มฝืนเปล่งเสียงเรียกโดยไม่สนเสียงที่ดังก้องในหัว

 

‘ชื่อของข้าคือกุเรน'

‘ข้าให้สิทธิ์เจ้าเรียกชื่อนั้น'

‘เรียกชื่อข้าสิ มาซาฮิโระ'

 

"โทดะ..."

 

‘ชื่อกุเรนต่างหาก ความจำไม่ได้เรื่องเลยน้า หลานของเซย์เมย์'

เด็กหนุ่มกัดฟันแน่น  เสียงที่ดังชัดในหัวเขย่าประสาทรับรู้จนแทบทรงกายไม่อยู่  แต่มีเรื่องต้องพูดออกไป  จะมัวหยุดอยู่กับที่แบบนี้ไม่ได้...

 

"ข้ามา...ขอโทษ...เรื่องเมื่อวาน"

 

 

1ใน12เทพนักรบ  โทดะ  ติดตามเซย์เมย์ผู้เป็นนายมาตั้งแต่เจ้าตัวยังไม่แต่งงาน  จนกระทั่งแต่งงานกับวากานะให้กำเนิดลูกชายสองคน  และมีหลานอีกหลายคน  แต่มีหลานอยู่คนหนึ่งที่เขาไม่รู้เลยว่าถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อไหร่

 

และตอนนี้เขาต้องมาอยู่กับหลานคนที่ว่าทั้งวันทั้งคืนตามคำสั่งเซย์เมย์...

 

ใบหน้าของบรรดาลูกกับหลานของเซย์เมย์ทุกคนเขาสามารถจำหน้าตาท่าทางรวมไปถึงนิสัยและความถนัดในศาสตร์อนเมียวได้ดีโดยไม่ต้องเสียเวลานึก  มีแต่เด็กคนนี้เท่านั้น  หากไม่อยู่ต่อหน้าก็จะนึกไม่ออกว่ามีหน้าตาแบบไหน  แม้แต่ชื่อก็ยังไม่มีอยู่ในความทรงจำ

 

เพราะตนเป็นเทพด้านลบและมีพลังเทวะมหาศาล  เด็กที่มีสัญชาตญาณดีจึงตอบรับพลังน่าชิงชังนี่ด้วยการกรีดร้องสุดเสียงแสดงความเกลียดชังสุดชีวิต

 

มีแต่เด็กคนนี้เท่านั้น...

 

ทุกครั้งที่บังเอิญหันมาสบตากัน  ดวงตานั่นไม่มีความหวาดกลัว  ไม่มีความคิดจะถอยห่าง  เอาแต่จ้องเขาอยู่แบบนั้น  ริมฝีปากสั่นระริกเหมือนอยากจะพูดบางสิ่ง  สองมือกำหมัดแน่นราวสะกดกลั้นบางอย่าง  เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนเป็นเขาที่ต้องหลบสายตาเดินหนีไป

 

"โทดะ...ข้ามา...ขอโทษ...เรื่องเมื่อวาน"

 

เสียงเรียกชื่อที่สั่นเครือ  ดวงตาหม่นแสงราวกับจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ  เป็นเด็กที่เข้าใจยากไปทุกเรื่องจริงๆ  สัตว์อสูรสีขาวไม่ตอบอะไรเพียงปรายตาเย็นชาเยียบเย็นใส่และตั้งท่าจะเดินจาก  ทว่า...

 

"รอก่อน...ข้ามีเรื่อง จะขอร้อง"

 

เอาอีกแล้ว  ทำไมเวลาพูดกับข้าถึงมีแต่น้ำเสียงราวจะแตกสลายแบบนี้  โทดะชินกับความหวาดกลัวที่มุ่งตรงมาทางตน  แต่ไม่เคยเข้าใจเสียงเรียกแบบนี้เลย  และนั่นเป็นสาเหตุให้เจ้าตัวยอมนิ่งฟัง

 

"ช่วยกลายร่างกลับเป็น...โทดะ อีกครั้งได้มั้ย"

 

คำขอที่เกินความคาดหมายจนอดตะลึงไม่ได้  สัตว์อสูรเหลียวดวงตาเย็นชาสีอาทิตย์อัสดงกลับมามองเด็กหนุ่ม  ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้อยากเห็นร่างนั้น  ก็ร่างจริงของมันน่ะ...

 

ร่างจริงของขุนพลเพลิงกาฬที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสิบสองเทพนักรบ  ที่แม้แต่เทพนักรบด้วยกันยังหวาดกลัวและไม่อยากเข้าใกล้  ทำไมถึงอยากเห็นกัน

 

"ไม่กลัวหรือไง"

 

ราวจะตอบคำถามนั่น  เด็กหนุ่มสายตาปฏิเสธช้าๆ  พึมพำด้วยเสียงแผ่วเบาว่า...

 

"ขอข้าเห็น...อีกสักครั้ง...ได้โปรดเถอะ"

 

แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าสิ่งใดดลใจให้เปลี่ยนจากร่างสัตว์อสูรสีขาว  เป็นร่างของ12เทพนักรบโทดะ  ที่ยอมทำตามอาจเพราะอยากรู้ว่าถ้าเด็กหนุ่มได้เห็นร่างนี้จะทำเช่นไรต่อก็เป็นได้...

 

 

กุเรน...  กุเรน...  กุเรน...

เสียงเรียกชื่อที่โหยหาดังเป็นร้อยๆครั้งในหัวโดยไม่มีเสียงใดเล็ดรอดผ่านริมฝีปาก  อยากเห็นเหลือเกิน  แม้ดวงตาที่มองเขาจะเย็นชา  จิตเทวะจะรุนแรงบาดผิวกาย  แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

 

นี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หรือ  ขอเพียงกุเรนยังอยู่ตรงนี้  แม้จะจำเขาไม่ได้หรือไม่มีเขาในความทรงจำก็ช่าง  ถึงจะไม่มีเสียงเรียกชื่อเขาจากริมฝีปากได้รูปนั่นก็ไม่เป็นไร

 

แค่ยังอยู่ตรงนี้...

 

สองขาก้าวไปข้างหน้าอย่างห้ามไม่อยู่  สองแขนบางโอบรอบ  สองมือกอดร่างสูงไว้แน่น

 

...อยู่ในจุดที่เขาสามารถเอื้อมมือถึง

 

กุเรน...  ไม่สิ...

 

หยาดน้ำใสหลั่งไหลผ่านดวงตาคู่สวย  ไหลอาบแก้มเนียน  เด็กหนุ่มสะอื้นร่ำไห้กับแผ่นอกแข็งแกร่งราวจะปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมาตลอด

 

เพื่อเริ่มต้นใหม่...

 

"โทดะ...โทดะ...โทดะ..."

 

นับจากนี้...  ข้าจะเรียกชื่อนี้ไปเรื่อยๆ

จนกว่าจะถึงวันนั้น...  เสี้ยวเวลานั้น...

 

...ที่เจ้าจะยอมให้ข้าเรียกชื่อกุเรนอีกครั้ง...

 

END  

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ที่จริงตอนแรก  คิดต่อไปว่า ตอนมาซาฮิโระกอดโทดะ  อยากจะให้โทดะผลักมาซาฮิโระกระเด็น  มันน่าจะได้อารมณ์smดี   ฮา    แต่คิดไปคิดมา  แบบนั้นคงจะหาตอนจบไม่เจอ   ก็เลยจบอย่างนี้ล่ะกัน

 

อา  เจ็บมือจัง 

อยากเอารูปงานเจเทรนมาแปะ  แต่ยังไม่ได้ย่อรูปเลย

เพราะงั้นไว้เจอกันคราวหน้านะ 

 

 

edit @ 4 Aug 2009 20:03:25 by LEOON

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุดยอดดดดดด ภาษาสวยโฮกcry

อ่านแล้วรู้สึกสงสารมาซาฮิโระจังT^T

#1 By ~*Papilio*~ on 2009-08-04 20:25

ว้าว ว้าว

อ่านแล้วคิดภาพตามได้เลยอะ
ยิ่งอ่านฟิคยิ่งอยากไปสอยโชเน็นมาเก็บไว้บ้าง

เหอๆ มือเจ็บก็หายไวๆนะตัวเองopen-mounthed smile
ซึ้งงงงง
.....
อ๊าาาาา=[]=

ไหนว่าคนละเพศกะเราไง!!!

อ๊าาา...

(ลงวันละ2เอนทรี่เลยหรอคะ*-*

โออิชิไปป่ะ???)

#5 By -:-๐[おに おにい]๐-:- on 2009-08-06 21:28